ผู้สูงอายุที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์สามารถยืนยันสิทธิและลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุสูงสุด 1,000 บาทต่อเดือน โดยเบี้ยยังชีพจะจ่ายเป็นรายเดือนตามอายุ โดยมีรายละเอียดดังนี้
คุณสมบัติผู้มีสิทธิ
เป็นสัญชาติไทยและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ หรืออายุมากกว่า 60 ปีแต่ไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน
ไม่มีรายได้เพียงพอสำหรับยังชีพตามเกณฑ์ที่กำหนด
ช่วงเวลายืนยันสิทธิ สามารถยืนยันสิทธิได้ตั้งแต่เดือนมกราคม–ธันวาคมของทุกปี โดยขึ้นอยู่กับกำหนดการของแต่ละพื้นที่ แนะนำให้ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
ช่องทางยืนยันสิทธิ
กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเขตตามทะเบียนบ้าน
ต่างจังหวัด: ที่ว่าการอำเภอ หรือ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นตามทะเบียนบ้าน
เอกสารที่ต้องเตรียม
บัตรประชาชนตัวจริง
ทะเบียนบ้านตัวจริง
สมุดบัญชีธนาคารประเภทออมทรัพย์ตัวจริงพร้อมสำเนา (กรณีรับเงินผ่านธนาคาร)
กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่น:
หนังสือมอบอำนาจพร้อมลายเซ็นผู้มอบอำนาจและพยาน
สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้มีสิทธิ และผู้รับมอบอำนาจ
สำเนาสมุดบัญชีธนาคารของผู้มีสิทธิหรือผู้รับมอบอำนาจ
วิธีรับเงินเบี้ยยังชีพ
รับเงินสดด้วยตนเอง
โอนเข้าบัญชีธนาคารของผู้มีสิทธิหรือผู้รับมอบอำนาจ
การจ่ายเงิน
จ่ายทุกวันที่ 10 ของเดือน หากตรงกับวันหยุด จะจ่ายก่อนวันทำการ
เริ่มจ่ายหลังยืนยันสิทธิและตรวจคุณสมบัติครบ
อัตราเบี้ยยังชีพแบบขั้นบันไดตามอายุ: อายุ 60–69 ปี: 600 บาท อายุ 70–79 ปี: 700 บาท อายุ 80–89 ปี: 800 บาท อายุ 90 ปีขึ้นไป: 1,000 บาท
สิ้นสุดการรับสิทธิ
ผู้มีสิทธิเสียชีวิต
ขาดคุณสมบัติตามเกณฑ์
สละสิทธิเป็นหนังสือต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
คำแนะนำสำคัญ ผู้สูงอายุที่ย้ายที่อยู่ควรรีบยืนยันสิทธิที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่ เพื่อไม่ให้ขาดสิทธิการรับเบี้ยยังชีพ และตรวจสอบเอกสารให้ครบทุกครั้งเพื่อความถูกต้อง
Advertisement
Advertisement
Advertisement
Advertisement
Advertisement
Advertisement
Advertisement
Advertisement
